รู้หรือเปล่า!? เวย์น รูนีย์ เป็นจอมทัพของ สิงโตคำรามนะ ไม่ใช่เด็กเก็บบอล !

รู้หรือเปล่า!? เวย์น รูนีย์ เป็นจอมทัพของ สิงโตคำรามนะ ไม่ใช่เด็กเก็บบอล !

                ไล่กันมาเลยกองหน้าทั้งซุ้มสิงโตใครเจ๋งสุด อันนี้ใครๆก็ไม่กล้าฟันธงหรอกครับ ไม่ว่าเจมี่ วาดี้ จะได้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาสดๆ หรือ แฮร์รี่ เคน ที่ได้ตำแหน่งดาวซัลโวมาหมาดๆ หรือจะเป็นแดเนียล สเตอริจ ที่เป็นเด็กของเป็ดแดงสุดพลิ้ว หรือจะเป็นเจ้าหนู แรชฟอร์ท ที่พึ่งแจ้งเกิดกับปีศาจแดง แมนเช็ดตูดยูไนเต็ดมาเมื่อกี๊

2559-06-25 06_57_39-เวย์น รูนีย์

                เล่าถึงเจ้าหนูมหัศจรรย์อย่าง เวย์น รูนีย์ ในวัยสามสิบปี กำลังทำหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิตค้าแข้ง ด้วยการเป็นผู้นำชาติอังกฤษ เดินเป็นแม่ทัพ พาลูกทีมลงสู้ศึกในตำแหน่งหัวสิงโต ของมหกรรมลูกหนังชิงแชมป์ชาติยุโรป และเมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่เลขสามของอาชีพการค้าแข้งกีฬา มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะเรี่ยวแรง หรือปฎิกิริยา ความดุดันมันไม่เท่าสมัยยังละอ่อน แต่สิ่งที่มาทดแทนนั่นก็คือประสบการณ์ ที่จะทำให้แม่ทัพผู้นี้ สามารถชี้นำนักเตะในทีมให้ไปสู่เส้นทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน และแน่นอนว่ามีการพิสูจน์จากนัดแรกที่เจอกับรัสเซียและเปลี่ยนเขาออก จนทำให้เสียประตูท้ายเกม นั่นก็บ่งบอกได้แล้วว่า หากไม่มีเขาอยู่ในทีม พลังของสิงโตลดลงอย่างมาก

และเมื่อมาเทียบเปอร์เซนการผ่านบอลในทีมสิงโตคำรามนั้น รูนีย์ จ่ายบอลไปถึงสามสิบสามครั้ง ไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว รวมไปถึงการวางบอลขึ้นหน้าอีกสามครั้งก็ยังทำได้อย่างแม่นยำ และหนึ่งในนั้นก็สร้างจังหวะให้แฮร์รี่เคนได้กดประตูงามๆอีกหนึ่งลูก แต่ก็ยังโดนผู้รักษาประตูรัสเซียเซฟได้

และเมื่อเทียบเปอร์เซนการรับบอล รูนีย์รับบอลที่ผ่านมาจากเพื่อร่วมทีมมาถึงเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเท้าซ้ายหรือขวา ต่างก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วไม่ว่าจะเป็นบอลเลียดหรือโยนมาให้ ก็ไม่เคยพลาดแม้สักครั้งเดียว แสดงถึงทักษะที่กองกลางตัวคุมเกมควรจะมีอย่างมาก

ในส่วนของการเล่นเกมรุกนั้น การเติมเกมบุกของเวย์น รูนีย์ ในครั้งนี้เขาสามารถเอาชนะมิดฟิลด์คู่แข่งที่ตามประกบได้เกือบทั้งหมด เลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ได้เกือบหมดจาก 9 ได้ถึง 8 และการดวลตัวต่อตัวก็ชนะไปถึง 6 จาก 8 ครั้งอีกด้วย ความโดดเด่นของเขาคือการใช้เทคนิคการหลอกยิง แล้วผ่านบอลให้เพื่อน ไม่ว่าจะออกไปทางซ้ายหรือทางขวา ให้ทั้งแดนนี่ โรส หรือไคล์ วอล์กเกอร์ในทางขวา

และในขณะเดียวกันนั้นในการทำเกมบุกไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลให้เอริคดายเออร์ หรือ เดลี อัลลี่ ก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ และทำให้ได้ลูกโทษสำคัญหลายลูกอีกด้วย

พูดถึงโอกาสการทำประตูของ เวย์น รูนีย์ สร้างโอกาสการทำประตูของตัวเองได้ด้วย จากการยืนในตำแหน่งมิดฟิลด์ ที่ได้โอกาสมากพอๆกับการทำประตูในกรอบเลยนั่นก็คือการยิงนอกกรอบ สุดยอดฝีมือเมื่อกดตอนไหน อิกอร์ อากินเฟเยฟ ต้องออกแรงปัดตลอด ไม่อย่างนั้นโดนแน่นอน ไม่ว่าจะกดนอกหรอบหรือในกรอบ ก็มีโอกาสทั้งสองลูก เรียกว่ากดเมื่อไหร่ เข้าประตูหมด

และการเล่นเกมรับของเวย์น รูนีย์ นอกจากการทำเกมรุกที่ดี เกมรับเขาก็ช่วยทีมได้ดีไม่แพ้กัน เขาสามารถตัดบอลของคู่แข่งในเกมรับได้ถึง 7 ครั้ง นั่นนับว่าเป็นการตัดบอลที่เข้าใจเกมเอามากๆ เหมาะกับตำแหน่งผู้บัญชาการเกมรับและรุกในแดนกลางมากๆ และสามารถลงไปช่วยเคลียร์บอลถึง 3 ครั้ง

                ซึ่งถ้าเรามาดูจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จากผลลัพธ์ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า เวย์น รูนีย์ มีอิทธิพลไม่น้อยกับการรับบทบาทมิดฟิลด์คอยคุมจังหวะเกมในนัดเปิดสนามของทีมชาติอังกฤษ และยังเป็นกุญแจสำคัญในจังหวะสร้างสรรค์โอกาสทำประตูให้กับทีม ก่อนที่ตัวเขาจะโดนเปลี่ยนตัวออกไป เขามีส่วนร่วมไม่น้อยกับการครองบอลสร้างแรงกดดันให้คู่แข่ง แถมยังมีความสามารถในการทำประตู ซึ่งคู่แข่งจะประมาทไม่ได้ ด้วยการยืนรออยู่นอกกรอบเขตโทษแล้วหาจังหวะเติมขึ้นมาเพื่อส่องไกล ทำให้ผู้รักษาประตูของ รัสเซีย ต้องออกแรงไม่น้อย นี่ถือเป็นฟอร์มการเล่นที่ต้องถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียวกับการนำทัพของกัปตันทีม “สิงโตคำราม” รายนี้ ยกเว้นผลการแข่งขันที่โดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่หากวัดแค่ฟอร์มส่วนตัวแล้ว กัปตันทีม “ปีศาจแดง” ได้คะแนนเป็นบวกในการเริ่มแคมเปญ ยูโร 2016 อย่างไม่ต้องสงสัย        ในวัน พฤหัสบดี ที่จะถึงนี้ รูนีย์ จะนำทัพ “สิงโตคำราม” ลงเล่นในนัดที่สอง พบกับเพื่อนบ้านอย่าง เวลส์ ที่ได้มาเล่น ยูโร เป็นครั้งแรก แถมทำได้ดีกว่าด้วยการชนะมาก่อนในเกมประเดิมสนาม ดังนั้นหากต้องการผ่านเข้ารอบ ราชสีห์ ต้องให้เขี้ยวเล็บทั้งหมดที่มี สยบ “มังกรแดง” ลงให้ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *