Monthly Archives: June 2016

แกเร็ธ เบล ผู้สร้างตำนานคนใหม่แห่งแผ่นดินมังกรแดง !

แกเร็ธ เบล ผู้สร้างตำนานคนใหม่แห่งแผ่นดินมังกรแดง !

                มีน้องเน็ตไอดอลสุดสวยคนหนึ่งพูดออกไลฟ์ในช่องของตัวเองว่า เวลส์คือทีมอะไรวะ มันอยู่ส่วนไหนของโลกอ่ะประเทศนี้ นั่นน่าจะเหมือนบอกคนทั้งโลกอยู่แล้วว่าไม่ค่อยมีคนรู้จักประเทศเวลส์กันซักเท่าไหร่ซะด้วยซ้ำ แต่เมื่อเอ่ยชื่อแกเร็ธ เบลล์ จากรีลมาดริดเท่านั้นแหละ ทุกคนอ๋อกันแทบทุกคน

2559-06-29 18_49_31-แกเร็ธ เบล

                หากพูดถึงประเทศเวลส์ (อังกฤษ: Wales; เวลส์: Cymru, ออกเสียง /ˈkəmrɨ/ คัมรี) เป็น 1 ใน 4 ประเทศที่ประกอบเป็นสหราชอาณาจักร (ได้แก่ อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ) เวลส์อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะบริเตนใหญ่ โดยทิศตะวันออกติดกับประเทศอังกฤษ ทิศใต้ติดกับช่องแคบบริสตอล (Bristol Channel) ทิศตะวันตกติดกับช่องแคบจอร์เจส (George’s Channel) และทางเหนือติดกับทะเลไอริช คำว่า ราชรัฐเวลส์ ยังคงเป็นที่นิยมใช้ ถึงแม้ว่าเจ้าชายแห่งเวลส์จะไม่มีบทบาททางการเมืองตั้งแต่ปี พ.ศ. 1825 (ค.ศ. 1282) โดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษทรงเข้ายึดครอง ต่อมาเมืองหลวงของเวลส์ถูกย้ายจากคายร์นาร์วอน (ซึ่งเป็นเมืองของเจ้าชายเวลส์) มาที่คาร์ดิฟฟ์ในปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955)

และถ้าพูดถึงแกเร็ธ แฟรงก์ เบล (ชื่อภาษาอังกฤษ: Gareth Frank Bale) เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 ที่คาร์ดิฟฟ์ ในประเทศเวลส์, ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นนักฟุตบอล ซึ่งเล่นตำแหน่งแบ็คซ้าย หรือปีกซ้าย ให้กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด สวมเสื้อหมายเลข 11 และ ฟุตบอลทีมชาติเวลส์ เคยอยู่สโมสรฟุตบอลทอตแนมฮ็อตสเปอร์ และยังเป็นนักฟุตบอลที่ได้รางวัลผู้เล่นแห่งปีจากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด ด้วยราคา 85 ล้านปอนด์ เป็นสถิติโลกใหม่ของการซื้อขายนักฟุตบอล

เบล เกิดที่คาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของเวลส์ เป็นลูกชายแฟรงค์ เบล และเป็นหลานชายของ คริส เพคส์ อดีตผู้เล่นของคาร์ดิฟฟ์ซิตี อีกด้วย โดยสมัยที่เจ้าตัวอายุได้ 9 ขวบ เจ้าตัวก็ได้รับความสนใจจากแมวมองของเซาท์แธมป์ตัน จากนั้น เบล ก็เข้าเรียนที่โรงเรียนวิทเชิร์ช ไฮสคูล ในคาร์ดิฟฟ์ที่ซึ่งลงเล่นรักบี้, ฮ็อคกี้ และวิ่งระยะไกล ไปพร้อมกับการเล่นฟุตบอล โดยระหว่างที่เรียนที่วิทเชิร์ช เบลก็ได้ฝึกฝีเท้ากับสถาบันฟุตบอลของทีมเซาแทมป์ตันที่เมืองบาธ ไปด้วยพร้อม ๆ กัน กล่าวกันว่าเมื่อกลับจากโรงเรียนเบลไม่เคยอ้อนวอนพ่อให้เปิดดูการ์ตูนหรือโทรทัศน์ มีแต่อ้อนวอนให้ออกไปเล่นฟุตบอล

 

เมื่ออายุได้ 16 ปี เบล ก็เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ปีของโรงเรียนคว้าแชมป์ “คาร์ดิฟฟ์ แอนด์ เวล ซีเนียร์ คัพ” ไปครอง และเมื่อเรียนจบในช่วงซัมเมอร์ 2005 แผนกพลศึกษาของโรงเรียนก็ได้มอบรางวัลยอดเยี่ยมด้านกีฬาให้กับดาวรุ่งรายนี้ด้วย

 

เบล พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วและเริ่มมีชื่อเสียงในฐานะจอมยิงฟรีคิกของทีม ขณะที่เกมสุดท้ายของเบล กับเซาแทมป์ตัน เป็นเกมเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ รอบรองชนะเลิศ กับดาร์บี้ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2007 แต่เจ้าตัวกลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บในช่วงครึ่งหลังจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปได้ โดยปีก/แบ็คซ้าย รวมทั้งหมดเบลเล่นให้กับเซาแทมป์ตันไป 45 นัด และทำไป 5 ประตู

 

จากนั้น เบล ก็ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ สเปอร์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2007 และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปี โดยสเปอร์จ่ายค่าตัวไป 5 ล้านปอนด์ (ราว 300 ล้านบาทในเวลานั้น) พร้อมกับอ็อปชั่นที่ว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหากว่า เบล สามารถช่วยให้สเปอร์ส ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งคาดว่ารวม ๆ แล้วอาจจะสูงถึง 10 ล้านปอนด์ เบล ประเดิมสนามนัดแรกให้สเปอร์ส ในเกมอุ่นเครื่องกับเซนต์ แพตทริคส์ แอตแลติก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2007 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมเนื่องจากบาดเจ็บ

 

จากนั้น เบล ก็สามารถพังประตูแรกให้สเปอร์ในแมตช์อย่างเป็นทางการได้สำเร็จในเกมที่เสมอกับฟูแล่ม 3-3 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2007 ก่อนที่จะตามมาด้วยการทำสกอร์จากฟรีคิกในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือกับอาร์เซน่อล และตามด้วยการทำประตูในเกมลีก คัพ ที่พบกับมิดเดิลสโบรช์ ซึ่งทำให้เบล ซึ่งเป็นดาวรุ่งวัย 18 ปีในเวลานั้น กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์ส อย่างรวดเร็ว หลังทำไป 3 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดแรก

 

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2007 เบล ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาอย่างรุนแรง จนต้องพักนานหลายเดือน อย่างไรก็ตามในเดือนสิงหาคม 2008 เจ้าตัวก็ได้เซ็นสัญญากับสเปอร์ส เพิ่มอีก 4 ปีแม้ส่วนตัวแล้วจะทำผลงานได้ดี แต่ไม่น่าเชื่อว่า เบล จะมีสถิติลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 24 นัดให้สเปอร์ส โดยที่ทีมไม่ชนะเลย จนโดนตราหน้าว่าเป็น “ตัวซวย”[2] ที่เมื่อลงสนามเมื่อไหร่ ทีมจะไม่ชนะ ซึ่งกว่าที่เบลจะได้สัมผัสชัยชนะในลีกเป็นนัดแรกก็ต้องรอจนถึงเกมที่พบกับเบิร์นลีย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2009 ซึ่งกินเวลามากกว่า 2 ปี หลังจากที่เซ็นสัญญาในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน โดยเกมดังกล่าวเบลถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 85

 

ฤดูกาล 2010-11 เบล เริ่มต้นได้อย่างสวยหรูเมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะสโตกซิตี 2-1 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2010 และถัดมาอีก 4 วัน เบลก็ทำแอสซิสต์ทั้ง 4 ลูกให้ สเปอร์ส ถล่ม ยัง บอยส์ เบิร์น จากสวิตเซอร์แลนด์ 4-0 ในศึกแชมเปียนส์ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่ไวต์ฮาร์ตเลน ฤดูกาล 2012-13 เบล เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์ไรอัน กิกส์ ขวัญใจของเบลในทีมชาติเวลส์

 

ปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด ด้วยราคา 85.3 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติโลกของคริสเตียโน โรนัลโด นักเตะปัจจุบันของรีล มาดริดเช่นกัน โดยทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2013

จริงๆถ้าจะพูดถึงเวลส์ก็มีคนดังอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ เอาที่เป็นระดับโลกในวงการฟุตบอลก็ ไรอัน กิกส์ ที่โด่งดังจนเป็นตำนาน รวมทั้งแกรี่ สปีด นักกีฬาอื่นๆเช่น สนุ๊กเกอร์ก็ มาร์ค เจ วิลเลียมส์ คนนี้เรียกว่าดังไปทั่วโลก ถ้าเป็นนักแสดงก็ต้อง คนนี้เลยครับ แอนโทนี ฮ็อปกิ้น แคทารีน ซีตา โจนส์ ก็น่าจะรู้จักเวลส์กันขึ้นมาบ้างนะครับ กับคนดังที่อยู่ในประเทศเวลส์นั้นก็มีไม่น้อย

โปแลนด์โชว์เจ๋ง ด้วยการยิงลูกโทษชนะไปแบบเฉียดฉิว

โปแลนด์โชว์เจ๋ง ด้วยการยิงลูกโทษชนะไปแบบเฉียดฉิว

                นับเป็นเรื่องน่ายินดีมากสำหรับทีมโปแลนด์ที่มีทั้งเกมรับและเกมรุกที่มีความพยายามจนเกินขีดจำกัดของทีมตัวเอง ผ่านเข้ารอบมาได้แบบเหงื่อตก จนไม่รู้ว่ารอบหน้าพวกเขาจะเหลือแรงทำศึกได้หรือไม่ด้วยซ้ำ

2559-06-26 22_07_55-โปแลนด์

                จากการที่ได้พบกับทีมชาติชั้นนำอย่างนาฬิกาสวิสเซอร์แลนด์ พวกเขาสู้กันอย่างสูสี เรียกว่ามวยถูกคู่ โปแลนด์ทำได้ดีมากในจังหวะที่ยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 39 ด้วยฝีตีนของ Blaszczykowski กองกลางของฟิออเรนติน่า อายุตอนนี้ก็ราวๆ สามสิบปีเข้าไปแล้ว

โดย Jakub Blaszczykowski นั้น เป็นผู้เล่นที่มาจากสโมสรชื่อดังอย่างฟิออเรนติน่า ลงให้สโมสรสิบห้านัด แต่กดไปถึงสองประตู เป็นตัวทำเกมรุกที่ดีมากคนหนึ่งของฟิออเลยทีเดียว ซึ่งแต่ก่อนเขาอยู่กับสโมสรดอทมุนมายาวนาน แต่ที่สุดมาอยู่กับฟิออก็มีผลงานที่ดีขึ้น

ลูกที่เขายิงให้โปแลนด์ขึ้นนำนั้นก็มาจากการผ่านบอลแบบถวายพานทองมาให้ของ Grosicki ในกรอบเขตโทษระยะไม่เกิน 6 หลา Jakub Blaszczykowski จับบอลนิ่งๆก่อนจะยิงเสียบเสาสองไปแบบสวยงาม นั่นก็เกิดขึ้นในนาทีที่สามสิบหก

แต่โปแลนด์กลับต้องเศร้า เมื่อคิดว่าชัยชนะอยู่ในกำมือแล้ว แต่มันไม่ใช่ เพราะนาทีที่ 82 Xherdan Shaqiri ที่มาจากสโมสรสโต๊กซิตี้ เขาเป็นอีกคนหนึ่งในเกมนี้ที่เป็นมิดฟิลด์แต่ก็ยิงได้ แต่เดิมที่อยู่กับสโต๊ก เขาลงเล่นไปยี่สิบเจ็ดเกม แต่ก็ยิงไปเพียงสามลูกเท่านั้น แต่มาอยู่ในตำแหน่งทีมชาติ เขาก็ได้แจ้งเกิดด้วยการยิงประตูทันที ด้วยการโหม่งชงมาให้จาก Derdiyok และเขาก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือการยิงจักรยานอากาศ ตั้งฉากจากพื้น 90 องศาพอดิบพอดีก่อนที่ลูกจะกระดอนพื้นหญ้าสนามหน้าเขตโทษหนึ่งครั้ง แล้วผ่านมือผู้รักษาประตู Lukasz Fabianski จากสโมสรสโต๊กซิตี้เข้าไปอย่างสวยงาม

จะว่าไปแล้ว Lukasz Fabianski นั้นก็ทำดีมาตลอด พึ่งมาพลาดท่าด้วยลูกยิงที่คาดไม่ถึงลูกนี้เท่านั้น และอายุของเขาก็ใกล้ปลดประจำการเต็มทีด้วยวัยสามสิบเอ็ดปี

แต่สุดท้ายแล้วเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม Lukasz Fabianski เพราะเขาต้องรับหน้าที่รักษาประตูในการดวลจุดโทษสำคัญในช่วงจบการต่อเวลาพิเศษในตอนสุดท้าย และเขาทำสำเร็จ โดยรักษาประตูไว้ได้จนทำให้ทีมชาติโปแลนด์ ผ่านเข้ารอบไปแบบเฉียดฉิว ทั้งๆที่ถ้าเทียบฝีมือกับโกลของสวิสก็คือ Yann Sommer ของมึงเช่นกลัดบักล่ะก็ เขายังเป็นรองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่สุดท้ายโปแลนด์ก็ผ่านเข้ารอบไปด้วยความสามัคคีและพลังใจพลังกาย รวมทั้งฝีมือที่มากขึ้น แต่เมื่อเรามาเปรียบเทียบฝีมือของนักเตะทั้งสองทีมในเรื่องการผ่านบอลนั้น น่าแปลกที่ทางสวิสเซอร์แลนด์ทำได้ดีกว่ามาก

เริ่มจาก Valon Behrami ที่มาจากสโมสรวัดฟอร์ด เขามีสถิติในการจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 100% หรือเรียกง่ายๆว่าจ่ายให้ใครไม่เคยพลาด ถ้าเรียกเป็นลิงชิงบอลก็ไม่เคยได้เป็นลิงนั่นแหละ

คนต่อมาก็เป็นนักเตะสวิสอีกเช่นเคย มีผลคะแนนการจ่ายบอลสำเร็จของเขาสูงถึง 95% เขามีชื่อว่า Gelson Fernandes ซึ่งมาจากสโมสร Rennes จากฝรั่งเศส

มีนักเตะโปแลนด์เพียงคนเดียวที่มีเปอร์เซนการผ่านบอลได้ทัดเทียบผู้เล่นสวิสคือ Grzegorz Krychowiak นักเตะจากเซบีย่า จากลีกสเปน ที่ทำคะแนนได้มากถึง 94% ซึ่งสถิตินี้มันก็พอจะบอกได้ว่านักเตะที่เล่นในลีกสเปนมานั้น มีความเก่งกาจมากกว่าลีกชาติอื่นๆไม่น้อยเลยทีเดียว หากจะเปรียบ 1/1 ลีกสเปนคนยากที่จะแพ้ใครง่ายๆ

และนอกนั้นก็เป็นนักเตะสวิสเซอร์แลนด์แทบทั้งหมด ที่มีอัตราการจ่ายบอลได้ตรงเป้ามากกว่า ไล่มาตั้งแต่ Djourou J. ,Shaqiri X.,Dzemaili B.,Schar F.,Derdiyok E.,Xhaka G. พวกเขาเรียกได้ว่าทำงานกันเป็นทีมได้ดีกว่านักเตะทีมชาติโปแลนด์มาก ในครึ่งหลัง จนทำให้ได้ประตูคืน และเกือบจะได้รับชัยชนะในท้ายเกม 90 นาทีด้วยซ้ำ

ซึ่งถ้าเราเทียบในช่วงครึ่งแรกก็เป็นของโปแลนด์แทบทั้งหมด โดยนาทีที่ 31 ก็มีเหตุการณ์สำคัญคือ Kamil Grosicki ของโปแลนด์ ซัดบอลนอกกรอบเขตโทษอย่างแรง บอลพุ่งเข้ากรอบเกือบจะมุดเข้าประตูอยู่แล้ว แต่ติดเซฟของยาน ซอมเมอร์เพียงปลายนิ้วเท่านั้น

และในนาทีที่ 79 ก่อนที่สวิสเซอร์แลนด์จะได้ประตู Haris Seferovic (สวิสเซอร์แลนด์ ) ก็โยนบอลเข้าไป เกือบจะได้ประตู แต่บอลดันไปชนคานอย่างจัง จนทำให้พลาดไป

แต่จนแล้วจนรอดในการยิงลูกโทษ ซึ่งกรานิตชาก้า (สวิสเซอร์แลนด์ ) ก็ยิงบอลเหินออกข้างไปแบบไม่ได้ลุ้น จนทำให้แฟนบอลสวิสเซอร์แลนด์ในสนาม ถึงกับน้ำตาซึม และใจเสียไปตามๆกัน ก่อนที่สวิสเซอร์แลนด์จะแพ้ดวลจุดโทษไปในที่สุด

รู้หรือเปล่า!? เวย์น รูนีย์ เป็นจอมทัพของ สิงโตคำรามนะ ไม่ใช่เด็กเก็บบอล !

รู้หรือเปล่า!? เวย์น รูนีย์ เป็นจอมทัพของ สิงโตคำรามนะ ไม่ใช่เด็กเก็บบอล !

                ไล่กันมาเลยกองหน้าทั้งซุ้มสิงโตใครเจ๋งสุด อันนี้ใครๆก็ไม่กล้าฟันธงหรอกครับ ไม่ว่าเจมี่ วาดี้ จะได้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกมาสดๆ หรือ แฮร์รี่ เคน ที่ได้ตำแหน่งดาวซัลโวมาหมาดๆ หรือจะเป็นแดเนียล สเตอริจ ที่เป็นเด็กของเป็ดแดงสุดพลิ้ว หรือจะเป็นเจ้าหนู แรชฟอร์ท ที่พึ่งแจ้งเกิดกับปีศาจแดง แมนเช็ดตูดยูไนเต็ดมาเมื่อกี๊

2559-06-25 06_57_39-เวย์น รูนีย์

                เล่าถึงเจ้าหนูมหัศจรรย์อย่าง เวย์น รูนีย์ ในวัยสามสิบปี กำลังทำหน้าที่สำคัญที่สุดในชีวิตค้าแข้ง ด้วยการเป็นผู้นำชาติอังกฤษ เดินเป็นแม่ทัพ พาลูกทีมลงสู้ศึกในตำแหน่งหัวสิงโต ของมหกรรมลูกหนังชิงแชมป์ชาติยุโรป และเมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่เลขสามของอาชีพการค้าแข้งกีฬา มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะเรี่ยวแรง หรือปฎิกิริยา ความดุดันมันไม่เท่าสมัยยังละอ่อน แต่สิ่งที่มาทดแทนนั่นก็คือประสบการณ์ ที่จะทำให้แม่ทัพผู้นี้ สามารถชี้นำนักเตะในทีมให้ไปสู่เส้นทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน และแน่นอนว่ามีการพิสูจน์จากนัดแรกที่เจอกับรัสเซียและเปลี่ยนเขาออก จนทำให้เสียประตูท้ายเกม นั่นก็บ่งบอกได้แล้วว่า หากไม่มีเขาอยู่ในทีม พลังของสิงโตลดลงอย่างมาก

และเมื่อมาเทียบเปอร์เซนการผ่านบอลในทีมสิงโตคำรามนั้น รูนีย์ จ่ายบอลไปถึงสามสิบสามครั้ง ไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว รวมไปถึงการวางบอลขึ้นหน้าอีกสามครั้งก็ยังทำได้อย่างแม่นยำ และหนึ่งในนั้นก็สร้างจังหวะให้แฮร์รี่เคนได้กดประตูงามๆอีกหนึ่งลูก แต่ก็ยังโดนผู้รักษาประตูรัสเซียเซฟได้

และเมื่อเทียบเปอร์เซนการรับบอล รูนีย์รับบอลที่ผ่านมาจากเพื่อร่วมทีมมาถึงเขาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเท้าซ้ายหรือขวา ต่างก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วไม่ว่าจะเป็นบอลเลียดหรือโยนมาให้ ก็ไม่เคยพลาดแม้สักครั้งเดียว แสดงถึงทักษะที่กองกลางตัวคุมเกมควรจะมีอย่างมาก

ในส่วนของการเล่นเกมรุกนั้น การเติมเกมบุกของเวย์น รูนีย์ ในครั้งนี้เขาสามารถเอาชนะมิดฟิลด์คู่แข่งที่ตามประกบได้เกือบทั้งหมด เลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ได้เกือบหมดจาก 9 ได้ถึง 8 และการดวลตัวต่อตัวก็ชนะไปถึง 6 จาก 8 ครั้งอีกด้วย ความโดดเด่นของเขาคือการใช้เทคนิคการหลอกยิง แล้วผ่านบอลให้เพื่อน ไม่ว่าจะออกไปทางซ้ายหรือทางขวา ให้ทั้งแดนนี่ โรส หรือไคล์ วอล์กเกอร์ในทางขวา

และในขณะเดียวกันนั้นในการทำเกมบุกไม่ว่าจะเป็นการผ่านบอลให้เอริคดายเออร์ หรือ เดลี อัลลี่ ก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ และทำให้ได้ลูกโทษสำคัญหลายลูกอีกด้วย

พูดถึงโอกาสการทำประตูของ เวย์น รูนีย์ สร้างโอกาสการทำประตูของตัวเองได้ด้วย จากการยืนในตำแหน่งมิดฟิลด์ ที่ได้โอกาสมากพอๆกับการทำประตูในกรอบเลยนั่นก็คือการยิงนอกกรอบ สุดยอดฝีมือเมื่อกดตอนไหน อิกอร์ อากินเฟเยฟ ต้องออกแรงปัดตลอด ไม่อย่างนั้นโดนแน่นอน ไม่ว่าจะกดนอกหรอบหรือในกรอบ ก็มีโอกาสทั้งสองลูก เรียกว่ากดเมื่อไหร่ เข้าประตูหมด

และการเล่นเกมรับของเวย์น รูนีย์ นอกจากการทำเกมรุกที่ดี เกมรับเขาก็ช่วยทีมได้ดีไม่แพ้กัน เขาสามารถตัดบอลของคู่แข่งในเกมรับได้ถึง 7 ครั้ง นั่นนับว่าเป็นการตัดบอลที่เข้าใจเกมเอามากๆ เหมาะกับตำแหน่งผู้บัญชาการเกมรับและรุกในแดนกลางมากๆ และสามารถลงไปช่วยเคลียร์บอลถึง 3 ครั้ง

                ซึ่งถ้าเรามาดูจากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จากผลลัพธ์ทั้งหมด แสดงให้เห็นว่า เวย์น รูนีย์ มีอิทธิพลไม่น้อยกับการรับบทบาทมิดฟิลด์คอยคุมจังหวะเกมในนัดเปิดสนามของทีมชาติอังกฤษ และยังเป็นกุญแจสำคัญในจังหวะสร้างสรรค์โอกาสทำประตูให้กับทีม ก่อนที่ตัวเขาจะโดนเปลี่ยนตัวออกไป เขามีส่วนร่วมไม่น้อยกับการครองบอลสร้างแรงกดดันให้คู่แข่ง แถมยังมีความสามารถในการทำประตู ซึ่งคู่แข่งจะประมาทไม่ได้ ด้วยการยืนรออยู่นอกกรอบเขตโทษแล้วหาจังหวะเติมขึ้นมาเพื่อส่องไกล ทำให้ผู้รักษาประตูของ รัสเซีย ต้องออกแรงไม่น้อย นี่ถือเป็นฟอร์มการเล่นที่ต้องถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียวกับการนำทัพของกัปตันทีม “สิงโตคำราม” รายนี้ ยกเว้นผลการแข่งขันที่โดนตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่หากวัดแค่ฟอร์มส่วนตัวแล้ว กัปตันทีม “ปีศาจแดง” ได้คะแนนเป็นบวกในการเริ่มแคมเปญ ยูโร 2016 อย่างไม่ต้องสงสัย        ในวัน พฤหัสบดี ที่จะถึงนี้ รูนีย์ จะนำทัพ “สิงโตคำราม” ลงเล่นในนัดที่สอง พบกับเพื่อนบ้านอย่าง เวลส์ ที่ได้มาเล่น ยูโร เป็นครั้งแรก แถมทำได้ดีกว่าด้วยการชนะมาก่อนในเกมประเดิมสนาม ดังนั้นหากต้องการผ่านเข้ารอบ ราชสีห์ ต้องให้เขี้ยวเล็บทั้งหมดที่มี สยบ “มังกรแดง” ลงให้ได้

ปู่รอยทำควยอะไร ทีมห่วยแดก ยิงได้น้อยฉิบหาย !

ปู่รอยทำควยอะไร ทีมห่วยแดก ยิงได้น้อยฉิบหาย !

                มีคำถามกับปู่รอยขึ้นมาในหัวเลย หลังจากโดนโหดสัส รัสเซียตีเสมอมาแบบไม่น่าโดน หนึ่งแต้มมันบอกอะไรกับปู่รอยมั้ย หรือมันเป็นอะไรที่เป็นเรื่องปกติ โถ่ไอ้สัส กูแทงอังกฤษ กูแทงทีมมึง กูเสียตังมึงเข้าใจมั้ย ฮ่าๆๆๆ

2559-06-21 10_39_02-ปู่รอย

                ไล่มาตั้งแต่ยูโรปีเจ็ดสองที่ยูโกสลาเวีย ยูโรปีแปดสิบที่เบลเยี่ยม ยูโรปีแปดสิบแปดที่ไอร์แลนด์ ยูโรปีเก้าสิบสองที่เดนมาร์ก ยูโรปีเก้าสิบหกที่สวิสเซอร์แลนด์ ยูโรปีสองพันที่โปรตุเกส ยูโรปีสองพันสี่ที่ฝรั่งเศส วันเวลาก็ดำเนินไปเนิ่นนาน แต่อังกฤษแม่งไม่เคยชนะเลย เสมอสี่แพ้สี่ ก็มีแต่ปี หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบ กับปีหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบหกนั่นแหละที่ดูดีหน่อย เข้ามาเซมิไฟนอลได้

                จะบอกว่าเตะกันในรอบแบ่งกลุ่มนี้ ผลเสมอมันไม่แย่อะไรนัก แต่ไม่ใช่นัดนี้ครับ เพราะคุณรู้อะไรมั้ย ทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย แต่โดนยิงตีเสมอและก็อดได้แต้ม 3 แต้มเต็มๆไป โดนปล้น นี่แหละครับไม่ต่างกับคนแทงสนุ๊กที่แทงแต้มนำมาเยอะๆ แต่ไม่ขาด แล้วโดนเพื่อนตบไม้เดียวหมดโต๊ะแพ้ไปนั่นแหละ เขาเรียกโดนปล้น ฮ่าๆ

มาพูดถึงแผนการเล่นที่ปู่รอย ฮ็อดจ์สันกันมั่ง ว่าปู่เขาทำอะไรอยู่ ไม่ส่งวาดี้กูลงวะ เยสเขร้ ปู่รอยจัดทัพ 4-3-3 เพื่อจัดไปชนกับหมีขาวในนัดนั้น โดยไม่ให้วาร์ดี้ลง และให้ผู้มีประสบการณ์สูงสุดขีดอย่างเวย์น รูนี่ ไปเล่นหน้าต่ำซะอย่างนั้น ก็ทำให้เกมรุกขาดความคมในแดนหน้าลงไปมาก

มาดูถึงผลกระทบที่ทางปู่รอยทำไว้ดีกว่า เพราะกลายเป็นว่า นัดนี้มันสะท้อนให้เห็นว่าปู่รอบดึงความสามารถของนักเตะออกมาได้น้อยเกินไป เพราะเขาน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านั้น แต่ดันใส่สูตรผิด แล้วก็หาว่าจอยไม่ดี ผมละเบื่อข้ออ้างเวลาทำเสียจริงๆ เริ่มกันที่ตำแหน่งของเวย์น รูขี้ จากทีมผีแดง ที่คนชอบล้อกันว่าหมาแดงถือส้อมนั้น เขาไม่ใช่กองกลางที่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกที่ดีได้ เขามีหน้าที่กดประตูโดยสัญชาติญาณ ส่งเขาไปเล่นแบบนั้นเขาไม่ใช่ลีโอเนล เมสซีนะเว้ย ควายเอ้ย เอาลูกปืนไปเป็นประบอกปืนมันก็พังดิปืนอ่ะ ถ้าให้สเตอริจมายืนมันยังจะดูดีกว่าเยอะเลย แต่จะว่าไปสิงโตชุดนี้ไม่มีเลยอะไรที่เราเรียกว่าการทำเกมรุกขั้นเทพ

และเมื่อเรามาดูปัญหาที่สอง ปัญหาความคม ที่ไม่ยอมเอาสุดยอดกองหน้ามาแย่งกันยิงประตู อย่าง เจมี่ วาดี้ คู่กับ แฮร์รี่ เคน โอ้ย แค่คิดก็สุดยอดแล้ว ถ้ามีใครเอาบอลส่งให้พวกนี้ซักคนละ 3 ลูก อยากได้กี่ประตูก็ไปนับเอาเองเถอะ ได้แน่ๆ  จาก 6 โอกาสที่ว่าไปนั้นน่ะ

และปัญหาที่สาม ที่มันคิดอะไรของมันครับ ท่านปู่รอย เอาดาวยิงไปเปิดลูกเตะมุม แล้วใครจะยิงให้ปู่ล่ะครับ เอาคนยิงไปส่ง บ้าไปแล้ว หรือเขาสั่งล็อกผลให้เสมอมาก็บอกกันก่อนเกมดิ ผมจะได้กดรัสเซียไปงามๆ จะได้มีเงินไปเที่ยวนาตาลีกันหน่อย ชิบหาย แค่นี้ก็ไม่บอกกัน

ซึ่งสรุปเลยละกันว่าตัวนักเตะที่เรียกมาไม่ค่อยมีใครคาใจกับนักเตะชุดนี้ แต่คาใจกับการจัดตัวผู้เล่นที่มันไม่ใช่นั่นแหละ หมดนัดนี้ไปคุมทีม อบต นะปู่ อย่ามาคุมทีมชาติสิงโตนี้เลย เดี๋ยวมันจะได้เฝ้าบ้าน ไม่ได้ทะยานในป่าเหมือนที่ควรจะเป็น และนัดต่อไปเจอเวลส์ นรกบนดินแน่ ถ้ายังจัดทัพห่วยๆแบบนี้อีก แต่เจอสโลวเกีย คิดว่าน่าจะผ่านได้แบบเฉียดฉิว วันนี้แล้วแหละที่จะลงเตะ ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งนัดที่พบกับสโลวเกียวันนี้ อังกฤษเปิดมาต่อแค่ครึ่งลูก ราคามีกลิ่นอะไรรึป่าว ดูถูกสิงโตรึป่าว เพราะมันควรจะสามแต้มสิ มาต่อแค่นี้กดอังกฤษกันทั้งโลกแน่ ขอบอกไว้เลย นัดก่อนมันแค่น้ำจิ้ม ใครจะไม่อยากให้อังกฤษเข้ารอบต่อไปล่ะ เดี๋ยวคนแทงบอลลดลงล่ะแย่เลย นัดนี้เข้าใจว่าคงจะจแกเงินอย่างไม่ต้องสงสัย ครึ่งลูกขายบ้านแทงแม่ม ไม่มีอะไรมาพลิกผลนัดนี้แน่นอน นอกจากปู่รอยจะให้เจมี วาดี้ไปเป็นมือโกลเท่านั้นแหละ นัดนี้ถึงจะมีลุ้นว่าสโลวเกียจะชนะแน่ๆ ถ้าทำแบบนั้นฮุลิแกนอังกฤษกระทืบปู่รอย แทนแฟนบอลสโลวเกียแน่ๆ ขอบอกเลย ปู่รอยไม่ได้กลับบ้านแน่ๆ

อิตาลีตามหาแชมป์สมัยที่สองในศึกยูโร สองพันสิบหก

อิตาลีตามหาแชมป์สมัยที่สองในศึกยูโร สองพันสิบหก

                อิตาลีนั้นได้ยกให้เป็นเจ้ายุโรปที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในโลกเทียบเท่าเยอรมัน หลังคว้าแชมป์ฟุตบอลมาครองได้ถึงสี่สมัยเป็นรองทีมบราซิลจากอเมริกาใต้แค่เพียงทีมเดียว

2559-06-13 06_41_24-อัซซูรี่

                แต่ผลงานจากศึกยูโร ดูอิตาลีจะกลายเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น พวกเค้าได้แชมป์แค่เพียงสมัยเดียวที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพเมื่อปี หนึ่งพันเก้าร้อยหกสิบแปด นอกนั้นใบ้รับประทานมานานแล้ว จะมีไกล้เคียงหน่อยก็ปีสองพัน และหนล่าสุดปีสองพันสิบสองที่อกหักพ่ายแพ้ให้กับฝรั่งเศสและสเปนในรอบชิงชนะเลิศ

แต่สำหรับคราวนี้ภายใต้การนำทีมอิตาลี กุนซื้อ อันโตนิโอ คอนเต้ พลพรรค อัซซูรี่ ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาอย่างหล่อ ด้วยตำแหน่งแชมป์กลุ่มเอชในรอบคัดเลือก แบบที่ไม่พลาดท่าเสียทีให้กับใครเลยด้วยแม้จะมีคู่แข่งสุดหินอย่าง โครเอเชีย ที่พึ่งกระทืบตุรกีตายไปหนึ่งประตูต่อศูนย์ และนอร์เวย์ บัลแกเรีย อาเซอร์ใบจาน และมอลต้า ผ่านฉลุยมาได้แบบไม่มีรอยบาดแผลเลยทีเดียว และแกนหลักของอิตาลียังคงเป็น จานลุยจิ บุฟฟอน อันเดรีย บาซายี่ เลโอนาโด้ โบนุชชี่ และจอโจ้คิโอลินี่ น่าเสียดายที่พวกเค้าไม่เรียกอันโดรปิโล่ แต่ก็ยังมีคนมาทดแทนคือ เคลาดิโอ มาริซิโอ กับ มาโกแวรัตติ ก็ดันมาเจ็บไปซะอย่างนั้น

และเมื่อมองถึงรายชื่อที่เหลือของอิตาลี นี่อาจเป็นชุดที่ห่วยแดกมากที่สุดในการจัดทัพมาเลยก็เป็นได้ และไม่แปลกที่เว็บพนันระดับโลกจะยกให้เค้าเป็นเพียงม้านอกสายตา รวมไปถึงนักพนันอีกทั่วโลกก็ไม่มองเห็นว่าทีมของพวกเค้าจะมีดีถึงขั้นไปถึงรอบชิงเลยซักนิด แต่อย่างไรก็ตาม อิตาลียังคงได้ชื่อว่าเป็นอิตาลี ซึ่งถ้าดูกันตามผลงานก็อาจไม่เปรี้ยงปร้างดังพลุแตก แต่เมื่อถึงคราวเอาจริง พวกเค้าจะแสดงความเป็นมืออาชีพออกมาให้เห็นได้เสมอ ภายใต้ความกดดันสูง พวกเค้าเป็นทีมที่มีความแน่นอนสูงมากทีเดียว สมเป็นมาเฟียแห่งตะวันตก อิอิ

ว่ากันถึงดาวเด่นของอิตาลีชุดนี้ก็ต้องยกให้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ถือเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับโลกที่วงการลูกหนังเคยผลิตมา หลังจากโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมมากว่ายี่สิบปี ด้วยวัยปลดเกษียน อายุสามสิบแปดปีนี่คงจะเป็นการอำลาในศึกยูโรของเค้าแล้ว และรายการที่เค้าไม่เคยได้ถือถ้วยแชมป์ในโลกฟุตบอลคือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปมีเพียงรายการเดียวคือ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ในระดับสโมสร ดาวเด่นตัวอื่นๆของอิตาลีคือ จิจี้ เป็นหัวใจสำคัญของทีมอิตาลีชุดนี้เลยทีเดียว มาพร้อมอันเดรีย บาร์ซายี เลโอนาโด้ โบนุชชี่ และจอจี้ คิเอลินี่ ในการพาให้อิตาลีชุดนี้คว้าแชมป์ยูโรสองพันสิบหกให้ได้

ส่วนทางด้านเทรนเนอร์อิตาลี อันโตนิโอ คอนเต้ เริ่มต้นงานโค้ชด้วยการคุมทีมสโมสรเล็กๆอย่าง อาเรชโช่ บารี่ อตาลันต้า และเซียน่า มาก่อน ก่อนที่จะคุมทีมม้าลายยูเวนตุส เมื่อปีสองพันสิบเอ็ด และพาม้าลายคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ ตลอดสามปีมานี้ และสุดท้ายเค้าได้เลือกที่จะอำลาสโมสรที่รัก มาคุมทีมชิตอิตาลี ต่อจากเชซาเร่ ปรันเดลี ที่พึ่งพาทีมล้มเหลวในศึกที่บราซิลบอลโลกนัดที่แล้ว ผลงานที่ผ่านมาของ อันโตนิโอ คอนเต้ วัยสี่สิบหกปีผู้นี้ แสดงให้เห็นแล้วว่า เค้าเป็นกุนซือที่น่าจับตามองไม่น้อย ไม่งั้นเชลซีคงไม่ทุ่มเงินจ้างดึงไปรั้งบังเหียนด้วยหลังจบยูโรสองพันสิบหกในครั้งนี้ ทีนี้ก็เหลือแค่เพียงว่าเค้าจะอำลาตำแหน่งนี้ได้สวยงามแค่ไหน

ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี

ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี เป็นตัวแทนทีมฟุตบอลจากประเทศอิตาลี อยู่ภายใต้การดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ทีมอิตาลีชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งหมด 4 ครั้ง ใน1934 1938 1982 และครั้งล่าสุด 2006 และชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หนึ่งครั้งในปี 1968

ก่อตั้งเมื่อ: พ.ศ. 2441

ผู้จัดการ: อันโตนีโอ กอนเต

สนามกีฬา/สเตเดียม: สตาดีโอโอลิมปีโก

จันลุยจี บุฟฟอน ผู้รักษาประตู 1

อันเดรอา ปีร์โล กองกลาง

สเตฟาน เอล ชาราวี กองหน้า 22

มาร์โก แวร์รัตติ กองกลาง

ดานีเอเล เด รอสซี กองกลาง

ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ กองกลาง 11

เกลาดีโอ มาร์กีซีโอ กองกลาง

จอร์โจ กีเอลลีนี กองหลัง

กราเซียโน เปลเล่ กองหน้า 9

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลัง 19

จอร์จินโญ่ กองกลาง 14

ริกการ์โด มอนโตลีโว กองกลาง 18

เซบาสเตียน โจวินโก้ กองหน้า

ตีอาโก มอตตา กองกลาง 8

ซิโมเน่ ซาซ่า กองหน้า 7

มัตเตโอ ดาร์เมียน กองหลัง 4

เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ กองหน้า 29

เอแดร์ ซิตาดิน มาร์ตินส์ กองหน้า 17

ชิโร่ อิมโมบิลเล่ กองหน้า

จิอาโคโม โบนาเวนตูรา กองกลาง 28

อันโตนิโอ คันเดรวา กองกลาง 6

อันโตนีโอ กัสซาโน กองหน้า

อันเดรีย บาร์ซาญี่ กองหลัง

อันเจโล อ็อกบอนนา กองหลัง

สเตฟาโน่ สตูราโร่ กองกลาง

เอ็มมานูเอล จัคเครินี กองกลาง 23

อเลสซานโดร ฟลอเรนซี กองกลาง 24

จูเซปเป รอสซี กองหน้า

ดานิเอเล่ รูกานี่ กองหลัง 25

ซัลวาโตเร ซีรีกู ผู้รักษาประตู 12

ดานี่ ออสวัลโด้ กองหน้า

มัตเตีย เด ชีโย่ กองหลัง

ฟาบีโอ โบรีนี กองหน้า

ฟรังโก้ วาซเกซ กองกลาง

สเตฟาโน่ โอกาก้า กองหน้า 20

มาโนโล กับเบียดินี กองหน้า

มาร์โก ปาโรโล กองกลาง 16

มัตเตีย เปริน ผู้รักษาประตู 27

เฟเดริโก มาร์เค็ตติ ผู้รักษาประตู

อันเดรีย ราน็อคเคีย กองหลัง 13

โรแบร์โต้ โซเรียโน กองกลาง 21

อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ กองหน้า

ดาวิด อัสโตรี่ กองหลัง 5

โดเมนิโก คริสซิโต กองหลัง

ฟรานเชสโก้ อแซร์บี กองหลัง 15

อิญญัซซีโอ อาบาเต กองหลัง

อเลสซิโอ แชร์ชี่ กองกลาง

ฟาบีโอ กวาลยาเรลลา กองหน้า

เฟเดริโก้ บัลซาเร็ตติ กองหลัง

อัลแบร์โต อากวีลานี กองกลาง

ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี กองหลัง

คริสเตียน อีริคเซน กดแฮททริคให้เดนมาร์ก ชนะไปแบบยิ่งใหญ่

คริสเตียน อีริคเซน กดแฮททริคให้เดนมาร์ก ชนะไปแบบยิ่งใหญ่

Suita City Football Stadium

คริสเตียน อีริคเซน. 3.05. วันเกิด: 14 ก.พ. 1992 (อายุ 24). เกิดที่: Middelfart. สัญชาติ: เดนมาร์ก. ส่วนสูง: 173 cm. น้ำหนัก: 71 Kg. ตำแหน่ง: กองกลาง. หมายเลขเสื้อ: 23. ทีมชาติเดนมาร์ก

 

                สุดยอดดาวยิงชั่วโมงนี้ของเดนมาร์กต้องยกให้เค้าเลยครับในวันนี้ ด้วยการสังหารแฮททริก ช่วยให้ทีมเดนมาร์กชนะไปแบบท่วมท้น

เป็นเกมนัดชิงที่ 3 ทีมชาติ เดนมาร์ก เกมนัดแรกทำทีเหมือนว่าจะเป็นเกมที่ง่ายอยู่แล้วหลังจากที่หมดครึ่งแรกพวกเขานำ บอสเนียฯ อยู่ 2-0 แถมรูปเกมยังดีกว่าด้วย แต่ทว่าครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนจนโดนไล่ตีเสมอได้สำเร็จ ส่วนทีมชาติ บัลแกเรีย นัดแรกสู้เจ้าภาพ ญี่ปุ่น ไม่ได้เลยหลังจากโดนอัดเละไปถึง 2-7 โดยครึ่งแรกก็โดนทิ้งห่างไปแล้วถึง 0-4 ราคาเปิดออกมา เดนมาร์ก ต่อ 1 อาจจะดูแพงไปหน่อยเพราะเกมแรก เดนมาร์ก ก็ทำไว้แสบพอสมควรที่ปล่อยให้ บอสเนียฯ มาไล่ตีเสมอได้ แต่วันนี้มาเจอกับ บัลแกเรีย ที่ดูทรงบอลจากเกมแรกแล้วไม่น่าจะมาต้านทัพ ”โคนม” ไหว กัดฟันต่อ เดนมาร์ก ไปอีกสักเกมเชื่อว่าวันนี้น่าจะไม่ยอมพลาดเป็นเกมที่ 2 ติดต่อกันแน่ ทีมชาติ เดนมาร์ก เกมนัดแรกในรายการนี้พวกเขาพลาดแบบไม่น่าเชื่อหลังเป็นฝ่ายออกนำ บอสเนียฯ ไปก่อนแบบสบายๆตั้งแต่ครึ่งแรก 2-0 จากประตูของ ไซม่อน เคียร์ และ วิคตอร์ ฟิสเชอร์ แต่ทว่าครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังคนละม้วนจนโดนไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จทั้งๆที่ บอสเนียฯ มาเหลือผู้เล่น 10 คน ในนาทีที่ 70 ของเกม โดยวันนี้กุนซือ อาเก ฮาไรเด้ ก็น่าจะส่งผูู้เล่นชุดเดียวกับที่ออกสตาร์ทในครึ่งแรกกับ บอสเนียฯ ลงเล่นเช่นเดิม นำมาโดยผู้รักษาประตูอย่าง เคสเปอร์ ชไมเคิ่ล , ไซม่อน เคียร์ , วิคตอร์ ฟิสเชอร์ และ คริสเตียน เอริคเซ่น     ทีมชาติ บัลแกเรีย นัดแรกแพ้ให้กับเจ้าภาพ ญี่ปุ่ม มาแบบเละเทะถึง 2-7 โดยหมดครึ่งแรกพวกเขาก็ตามหลังทัพ ”ซามูไร” ไปแล้วถึง 0-4 ยังดีที่ครึ่งหลังในช่วง 10 นาทีสุดท้ายมาได้ประตูกู้หน้าคืน 2 ลูก จาก มิไฮล์ อเลคซานดรอฟ และ ตัวหลักอย่าง อิวายโล่ ชอเชฟ วันนี้กุนซือ อิวายโล่ ปีเตฟ น่าจะมีการปรับเปลี่ยนทีมพอสมควรหลังจากที่เกมแรกแพ้ ญี่ปุ่น มาแบบสู้ไม่ได้ โดย อิโว อิวานอฟ, จอร์จี้ มิลานอฟ, สเตฟาน เวเลฟ และ เวนท์ซิสลาฟ วาซิเลฟ น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงบ้าง ส่วนตัวหลักอย่าง อิวายโล่ ชอเชฟ วันนี้จะยังคงนำทัพให้กับทีมเช่นเดิม สถิติการพบกัน   3   นัดหลังสุด   เดนมาร์ก(N)   ชนะ  1 นัด  เสมอ  2  นัด   โดยการพบกันครั้งหลังสุด  เสมอกันมา 1 – 1  นัดนี้   เจ้าบ้าน เดนมาร์ก(N)  กำลังทำผลงานได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ เกมรับและเกมรุกเริ่มลงตัว  ประสานกันได้ดี  ส่วนทีมเยือน อย่าง บัลแกเรีย  ผลงานไม่ค่อยดีนัก ผู้เล่นหน้าใหม่เยอะ ยังเล่นไม่เข้าระบบ มองแล้ว เจ้าบ้านดูดีกว่า ขุมกำลังของ เดนมาร์ก อาจไม่ฟูลทีมเต็มร้อย แต่ภาพรวมทรงบอลยังดีกว่า บัลแกเรีย ที่เกมรับเละเทะสุดๆเยอะ ยิ่งรูปเกมของการชิงอันดับสามคงออกมาเปิดแลกหมัดกันไม่ต้องเน้นกันอะไรมาก ดูแล้วเกมรุกรับที่สมดุลกว่าของ ”โคนม” คงค่อยๆนวดบดเอาชนะได้ไม่ยาก เดนมาร์ก เตะนัดแรกเจอกับ บอสเนีย เกือบชนะได้แล้วแต่ก็มาพลาดในช่วงท้ายครึ่งหลังโดนตีเสมอไป ทำให้ตอนนี้ก็ยังคงมี 1 แต้มเท่ากับ บอสเนีย แต่รูปเกมส์ในสนามนั้นดีเหลือเกิน เกมส์บุกดุดันเร้าใจ มีจังหวะโจมตีเข้าลุ้นประตูตลอดทั้งเกมส์เลย ส่วน บัลแกเรียนั้น ฟอร์มไม่ดี นัดแรกก็โดนเจ้าบ้าน ญี่ปุ่นถล่มยับซะแล้ว 6-2 เกมส์บุกบัลแกเรียนั้นยังขาดๆหายๆไม่ต่อเนื่องอะไร ส่วนเรื่องเกมส์รับก็ชัดเจน วันนี้เจอกับ เดนมาร์ก แน่นอนบอลค่อนข้างเป็นรองอยู่เยอะ แถมโดนยิงมาเยอะก็น่าจะเสียความมั่นใจไปไม่น้อย วันนี้ดูแล้วเดนมาร์กดีกว่ามาก เอาชนะ บัลแกเรียได้แน่นอน  แข่งกันที่สนาม Suita City Football Stadium ในประเทศญี่ปุ่น เป็นการดวลกันระหว่าง เดนมาร์ก พบกับทาง บัลแกเรีย โดยเกมที่แล้วทางฝั่ง บัลแกเรีย โดยเจ้าภาพในรายการนี้เล่นงานมาแบบจัดเต็มโดนยิงแหลกไปถึง 7-2 กองหลังเล่นกันได้หลวม ทางฝั่ง เดนมาร์ก ทำได้ดีถึงจะโดนตีเสมอมาก็ตามกับทาง บอสเนีย ทำให้เกมนี้ เดนมาร์ก ที่ดูจะเล่นกันจริงๆกว่าทาง บัลแกเรีย ในทัวร์นาเม้นท์นี้จะบดเอาชนะไปได้

                สรุปแล้วฟอร์มที่เดนมาร์กทำออกมาน่าสนใจมากว่าพวกเค้าอาจเป็นตัวเต็งในรอบการแข่งขันศึกชิงเจ้ายุโร 2016 ในปีนี้ก็เป็นได้ ด้วยศักยภาพทีมที่พร้อมเก็บชัยชนะได้ทุกนัดแบบนี้ บอกได้เลยว่าทีมอื่นๆมีเสียวแน่นอน

การอ่านค่าราคาบอลเสมอ ที่มีค่าน้ำแตกต่างกัน

การอ่านค่าราคาบอลเสมอ ที่มีค่าน้ำแตกต่างกัน

                การอ่านค่าบอลที่มีราคาเสมอนั้นปกติแล้วทำได้ยากมาก เพราะอาจออกได้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งนักพนันจะเรียกราคาแบบนี้ว่า “บอลสามหน้า” และแทบจะเป็นข้อห้ามของนักพนันแทงหนักทุกสำนักเลยก็ว่าได้ว่า ห้ามแทงบอลสามหน้าเด็ดขาด เพราะความเสี่ยงสูง ไม่คุ้มกับการรอคอย มีแนวโน้มอย่างไร ผมจะขออธิบาย

2559-06-01 17_43_28-hrbe(H) VS Misr Elmaqasah 2016-06-02 Live Odds Comparison

                การอ่านราคาบอลที่ตั้งไว้เสมอนั้น จะมีการคำนวณแล้วว่าบอลคู่นี้อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสามหน้า ซึ่งเจ้าบ้านชนะ เสมอ และทีมเยือนชนะ แนวโน้มแบบนี้ความจริงแล้วเกิดขึ้นในทุกทีมการแข่งขันปกติอยู่แล้ว แต่การพบกับราคานี้จะทำให้นักพนันเสียเวลาเปล่านั้นก็คือ หากบอลเสมอ เท่ากับรอเสียเวลาเปล่า บอลจบรับเงินคืน ซึ่งนั่นก็ไม่มีประโยชน์เท่ากับเล่นบอลที่เน้นผลได้เสียอย่างบอลราคา 0.5 ขั้นไป แต่ไม่ใช่ราคา 1,2,3 แบบนั้นไม่ใช่ราคาที่ต้องการได้เสียมากซักเท่าไหร่ แต่เป็นราคาลองเชิงลองใจซะมากกว่า การตั้งราคาที่มี 1 หรือต้องการให้เจาก็ได้ ชนะก็ได้ เสมอก็ได้ หรืออาจแพ้ไปเลยนั้น เป็นราคาที่มั่นใจว่าทีมต่อ ยิงแน่ 1 ลูก ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบไปด้วย เช่น ค่าน้ำที่ไหล ลูกที่ปรับนั้นมานิ่งตอน 1 ลูกจากการปรับขึ้น หรือลง ทุกอย่างอยู่ในการวิเคราะห์ราคาทั้งสิ้น เมื่อได้มาแล้วก็จะเอามาวิเคราะห์ด้วยการเปิดสถิติเก่า เพราะการคำนวณราคาหรือจะตั้งราคาในขั้นตนต้องใช้การวิเคราะห์สถิติเป็นสำคัญ นั่นก็เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้วราคาที่ออกมานั้น มาจากการเอาสถิติ มาทำการคำนวณราคาออกมานั่นเอง

                การวิเคราะห์ราคาเสมอนั้น มีหลักการสำคัญดังนี้

  1. ใช้ค่าน้ำตอนเปิดราคาเป็นตัวตั้ง นั่นหมายความว่า หากเปิดน้ำล้นในฝั่งเจ้าบ้านตอนเปิด นั่นก็หมายถึงการบอกใบ้ว่าเจ้าบ้านจะแพ้ หากคุณเชื่อตามที่บริษัทพนันชี้ทางให้แบบนั้นก็ถือว่าสอบตกไปแล้ว 50% เส้นทางข้างหน้าของคุณอาจมืดมนกว่าเดิม
  2. ใช้กระแสการไหลของค่าน้ำเป็นหลัก ราคาเปิดมาแล้วมันไม่ควรจะหยุดนิ่งทุกคู่ และส่วนใหญ่ ราคานั้นๆจะมีชีวิต ไหลไปตามเส้นทางที่น่าจะเป็น และส่วนใหญ่ ไหลไปตามเส้นทางที่จะทำให้เสียเงินไว้ก่อน นั่นหมายความว่า หากเจ้าบ้านเปิดน้ำล้นมาในตอนแรก และไหลไปที่น้ำล้นฝั่งทีมเยือนในตอนสุดท้าย ก็หมายถึงว่าบริษัทพนันต้องการบอกว่า ทีมเยือนแพ้แน่ ไม่ก็เสมอ
  3. การดูราคาที่ถูกปรับลงจาก 0.5 มาเป็นเสมอ นั่นหมายความว่า หากมีการปรับราคาลงมาจาก 0.05 และมาลงที่เสมอกัน อย่างบอล Macedonia U18(H) VS Azerbaijan U19 เมื่อบ่ายสามมานี้ ก็พอจะบอกได้ว่าใครจะชนะ อันนี้ก็ขอยกราคามาอ้างเพื่อความชัดเจน

0              1.00        0              0.90        06-01 15:30          Run

–               0.75        0/-0.5      1.17        06-01 15:25          Live

–               0.74        0/-0.5      1.19        06-01 15:20          Live

–               0.77        0/-0.5      1.14        06-01 15:15          Live

–               0.72        0/-0.5      1.21        06-01 15:05          Live

ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าบอลคู่นี้ฝั่งทีมเยือนต่อตั้งแต่แรก และน้ำไหลไปที่เสมอในตอนหลัง นั่นทำให้เราเห็นว่า น้ำไปล้นฝั่งเจ้าบ้านในตอนสุดท้าย อันนี้บอกได้เลยว่าเจ้าบ้านชนะแน่ เพราไม่ว่าอย่างไรแล้ว เจ้าบ้านจะได้เปรียบเรื่องการเล่นในบ้านอยู่แล้ว แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าการเอาราคามาวิเคราะห์ให้ถูกต้องซะก่อน เรื่องเหตุผลที่ชนะ มันจะเป็นรองไปเลย และผมบอกได้เลยว่าบอลคู่นี้จะจบลงที่เจ้าบ้านชนะเป็นอย่างน้อย บอลที่มีราคาแปลกๆแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และการจับทางที่ถูกต้องก็ต้องเกิดขึ้นบ่อยกว่า เพื่อกำไรที่สูงกว่าในขั้นต้น

  1. การวิเคราะห์ราคาเสมอที่ไหลขึ้นไปเป็น 05 และสุดท้ายไหลกลับลงมา อันนี้อยู่ในแบบแผนที่เรียกว่า “สลับหลอก” การวิเคราะห์ราคาสลับหลอกจะเป็นขั้นสุดท้ายของการดูราคาในขั้นสูงที่สุด ซึ่งผมก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด เพราะการสลับหลอกแบบนี้ มีความผันผวนที่อ่านค่ายากมากกว่าการอ่านค่าราคาที่มีแนวโน้มไปทางเดียว เพราะการสลับหลอกแบบนี้ สามารถสลับจนทำให้น้ำเปลี่ยนฝั่งได้ในตอนสุดท้าย ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีกับนักวิเคราะห์ราคาเลย และจนบัดนี้ ผมก็ยังไม่สามารถหาคำตอบจากการสลับราคาทั้งน้ำและลูกต่อที่เปลี่ยนทางกันไปมาได้เลย แต่มีเคล็ดลับอีกนิดหน่อยที่พอจะทำให้จับทางราคานี้ได้คือ การจับทางราคาสุดท้าย ให้สังเกตว่าหากราคาไม่หวนคืนทางเดิมที่เคยตั้งไว้ นั่นหมายความว่า อีกฝั่งจะได้ชัยชนะไป